วันอาทิตย์ที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2552

วันเสาร์ที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2552

โคจร

วันก่อนเรานัดเพื่อนฝูงรับอาจารย์ไปทานข้าวกลางวันกัน
เราทั้งสามคนไม่ได้เจอกันพร้อมหน้านานมากแล้ว เพราะต่างคนก็ต่างมีชีวิตของตัวเอง
เดินตามทางของตัวเองที่ถูกขีดให้เดินบ้าง เลือกเดินเองบ้าง หรือแม้แต่ไม่รู้อะไรแล้วก็เดินๆไปบ้าง

เราสามคนเรียกว่าซี้กัน
หนึ่งคนเป็นลูกอดีตรัฐมนตรี
หนึ่งคนเป็นลูกพ่อค้าใหญ่
หนึ่งคน เป็นลูกข้าราชการธรรมดาๆ
แต่ทั้งสามคนก็เป็นเพื่อนกัน มีครูคนเดียวกัน
เราเจอกันคุยกันเป็นปกติเหมือนเคยแม้ว่าต่างคนก็จะต่างกันออกไป
แต่รู้สึกได้ว่า มิตรภาพก็ยังคงเดิม

การโคจรกลับมาพบกันนั้นเป็นเรื่องไม่ง่าย
การโคจรกลับมาทำอะไรอย่างหนึ่งที่มีความหมายเพื่อใครสักคนก็ยิ่งยากกว่า

เราไปรับอาจารย์พร้อมกันด้วยรถคันเดียว เป็นหนึ่งอันเดียว คือการระลึก และเคารพถึงอาจารย์
เราพบอาจารย์แต่งตัวสวยสมวัยเลยเกษียณของอาจารย์อย่างตั้งใจ พร้อมรอยยิ้มอิ่มบนใบหน้า เราเองชื่นใจ

ระหว่างทานข้าว เราแลกเปลี่ยนเรื่องราวต่างๆ ให้เรารับรู้ รุ่นพี่ รุ่นน้อง เรื่องราวของพวกเรา
มีแต่รอยยิ้ม พร้อมอาหารเต็มโต๊ะ ที่พวกเราช่วยกันสั่ง และพลัดกันตักให้แก่กัน
มองออกไปเป็นสวนสวย หญ้าเขียว ต้นไม้ใหญ่ครึ้มใจ ในกลางเมือง
มีใครเข้ามาทักทาย แม้เราไม่รู้จักแต่จากรอยยิ้ม อาจารย์รู้จัก
แล้วอาจารย์ก็แนะนำว่า...นี่รุ่นพี่พวกเธอ แล้วน่ก้รุ่นน้องพวกเธอ
เป็นเรื่องบังเอิญ รอยยิ้มเบ่งบานออกอีก

ขนมหวานมาแล้ว พวกเรายังคงกินและหัวเราะ
เราก็สนุกกับความคิดเพลินๆ ฟังบ้างไม่ฟังบ้าง พูดบ้างไม่พูดมาก แต่เรารู้สึก...ดี

กลับบ้านพร้อมขมนถุงใหญ่ที่ทุกคนได้เท่ากัน ที่อาจารย์กรุณาเตรียมเอาไว้ให้.... เรานั่งรถกลับมาอย่างเป็นสุข แม้ว่าเราทั้งสามร้อนรนเพราะรถเริ่มติด แต่ความสุขยังอยู่ ไม่เป็นไรมาก

finding My Way

หลายวันก่อนเราได้ไปเยี่ยมอาจารย์ชาวต่างชาติของเราท่านหนึ่ง อาจารย์กำลังจะกลับบ้านหลังจากมีครอบครัว และอยู่เมืองไทยมาเป็นเวลากว่า 20 ปี เป็นอาจารย์ชาวต่างชาติที่ทุ่มเม เพื่อการศึกษาไทยเป็นอย่างมาก อาจารย์กล่าวว่าขอทำเพื่อลูกบ้าง เพราะการศึกษาไทยไม่ดีพอ เด็กๆไม่ได้เรียนหนังสือจริงๆ อาจารย์ก็เริ่มท้อนิดว่า ยี่สิบปีที่ผ่านมา สอน”ครู”มาตลอด หลายต่อหลายรุ่น แต่ก็ยังไปพอ
วันนี้อาจารย์ดูเศร้าสร้อยกับการจะต้องจากไป แต่ทุกอย่างก็ลงตัว ไปได้ทั้งหมด เป็นไปด้วยดี เป็นจังหวะวลาที่เหมาะสมแล้ว ถึงเวลาที่จะต้องไป การเดินทางก็เริ่มขึ้น...
เราหยิบหนังสือที่อาจารย์เอามาแจกๆใครๆที่คิดว่าหนังสือนี้จะเป็นประโชยน์ต่อเขา เราขอเลือกหังสือเล่มเล็กๆมาเล่มหนึ่ง Finding My Way เราชอบอยู่แล้วคำนี้ ยิ่งเปิดอ่านเรายิ่งหลงรัก..เราเลยขอมาเป็นที่ระลึก เรื่องราวมีอยู่ว่า

One beautiful morning, my heart whispers to me “Isn’t it time You learned to journey?”

When I leave the village I am happy and brave. My box lunch feels good on my arm.

Now the sun is higher, I look down at my feet. They are heavier than they used to be.

With my lunch inside me, I feel stillness around and I see two dear friends in the mirror of a pond.

In a dark green forest, the trees watch my walk. They make me ashamed of my won footprints.
When that grove is behind me, the sun warms my hair. All is so quiet, my heart wants to sleep.

In a nearby yard, a boy plays by himself. I think we could talk, but now I’m too afraid.

The sun climbs higher, but not my spirit which is way back to my mother?

Then rain comes quickly and finds me alone drops on my cheeks make friends with my tears.

Children under an umbrella make me laugh. I’m dripping with water, but I’ve turned back home!

When I cross the bridge, my good friends are fishing with no eyes to see why I’m smiling at my house.

Soon I sit warm with my mother Night winds and fireworks Light up my eyes and remind me of traveling.

Petals 1967
“Gentle thoughts to please the heart”

แม่ร้องไห้

วันนี้ฉันออกนอกบ้านด้วยรถโดยสารประจำทาง

มันทำให้ฉันได้มีโอกาสมองสิ่งรอบตัวโดยไม่ต้องสนใจกับพวงมาลัยรถยนต์หรือ มุ่งสมาธิ สติของฉันออกไปยังท้องถนน

ข้ามสะพานแห่งหนึ่ง ฉันมักจะมองออกไปยังสายน้ำในลำคลองนั้นเสมอ

วันนี้ฉันพบว่าลำคลองเต็มไปด้วยฟองขาวเป็นคลื่น ฉาอยู่บริเวณผิมน้ำ พร้อม สิ่งๆแปลกปลอมอื่นๆอีกนับไม่ไหว

วันนี้ฉันได้ยินเสียงสายน้ำร่ำไห้อย่างสุดจะรำพัน เธอไม่สามารถจะรับความทุกข์ของใครๆได้อีกแล้ว

วันนี้ฉันพบว่าแม่ของฉันร้องไห้ อย่างร่ำไห้ เป็นอย่างที่สุด

วันพฤหัสบดีที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2552

ความรัก

"ความรักเป็นพลังที่มีชีวิจในตัวมนุษย์ เป็นพลังที่จะพังกำแพงที่ขวางกั้นมนุษย์ออกจากเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน และรวมมนุษย์เข้ากับเพื่อนของเขา ความรักช่วยให้เพื่อนมนุษย์เอาชนะความร็สึกอ้างว้างโดดเดี่ยว และความรู้สึกที่ถูกแยกออกจากคนอื่นๆ แต่ก็ยังช่วยให้เขาเป็นตัวของตัวเองอย่างสมบูรณ์ ในความรักที่มีสองสิ่งขัดแย้งกันแต่เกิดขึ้นพร้อมกัน คือสองสิ่งที่รวมกันเป็นอันหนึ่งอันเดียว แต่ก็ยังคงเป็นสอง"


Love is and active power which breaks through the wall which separate man from his fellow men, which unites him with others; love makes him overcome the sense of isolation and separateness, yet permits him to be himself, to retain his integrity. In love the paradox occurs that two beings become one yet remain two.

Erich Fromm

วันพุธที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2552

HBD ย่ะ



สุขสันต์วันสืบเนื่อง
 
จากเพื่อนๆ จตปญ.

เพื่อนใหม่

เราเพิ่งได้รู้จักกับเพื่อนใหม่ ของเราคนหนึ่ง เป็นเสมือนของขวัญชิ้นสำคัญก่อนในวันที่อายุครบ ยี่สิบสี่ปีของเรา
เธอเป็นผู้หญิง "ใหม่"... เราไม่รู้จักเธอมากนัก ความคิดของเรากับประสบการณ์เดิมๆ ก็ทำให้เราไม่รู้ความจริจากเธอว่าเธอเป็นใคร มาจากไหน อาจเป็นเพียงเพราะมารยาท หรืออะไรเดิมๆที่ยังปิดกั้นความอยากรู้อยากเห็นของเราอยู่

จวบจนหลายวันที่เราหลายคนใช้ชีวิตอยู่ร่วมกัน ทำกิจกรรมที่น้อยคนนักที่เพิ่งจะเจอหน้ากันครั้งแรก เค้าทำกัน ...นั่งหันหน้า คุยกันจนดึกดื่น

ตอนนี้เรานั่งอยู่หน้าเครื่องมือของโลกยุคใหม่ที่เราใช่สื่อสารกัน เราขอให้เธอเราเรื่องราวของเธอให้เรารับรู้ เพราะความสนใจ ความกระตือรือร้นจากหัวใจของเรา

เราพบว่าเธอเป็นคนน่าทึ่งอย่างยิ่ง จากเรื่องราวของเธอ ผ่านหน้าจอ computer ของเรา เรายังจำได้จากประสบการณ์เดิมที่เราเห็นว่าเรื่องราวที่ผ่านจากตัวหนังสือ มันออกมากหัวใจของเธอเช่นกัน

เราปลื้มชีวิตเธอ ด้วยความเคารพจริงๆ "ยัยใหม่"

เกี่ยวกับฉัน

ในที่แห่งนี้เป็นที่ถ้อยแถลงในหัวใจเรา